กรณีศึกษา

การจัดการตรวจสอบย้อนกลับในไลน์การผลิต ด้วยระบบตรวจเทียบที่ใช้ BHT (เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบพกพา) : ตัวอย่างการใช้งานในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมีสิ่งสำคัญ คือ มาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่จัดทำโดย IATF (International Automobile Industry Special Committee) และด้วยความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนลำดับที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดหาและส่งวัสดุไปยังผู้ผลิตรถชิ้นส่วนรถยนต์ จะมีความแตกต่างจากประเทศญี่ปุ่นตรงที่มีปัญหาเฉพาะของประเทศไทย คือ การมีเมนูจำนวนมากนั่นเอง

ตลอดจนยังมีความต้องการดังต่อไปนี้ คือ ประการแรก ความต้องการในการปรับปรุงคุณภาพจากการปรับปรุงความแม่นยำสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี ประการที่สอง คือ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของมาตรการที่มีต่อวัสดุต่างๆอย่างทั่วถึง ประการที่สาม คือ การมีประสิทธิภาพในการทำงานในไลน์การผลิต ซึ่งครั้งนี้เราจะแนะนำตัวอย่างการดำเนินมาตรการของบริษัท NIPPON STEEL PIPE (THAILAND) CO.,LTD. หรือ NSPT ที่ใช้ระบบในการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ

ติดตามการขนส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ !
พร้อมส่งเสริมการจัดระบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับโรงงานในประเทศไทย

บริษัท NSPT เป็นเจ้าของโรงงาน 2 แห่งในประเทศไทย (อมตะซิตี้ ในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง) เมื่อโรงงานทั้ง 2 แห่งรวมกันจะมีไลน์ผลิตท่อ 6 ไลน์ ไลน์ประกอบท่อ 6 ไลน์ เตาบำบัดความร้อน 6 เตา นอกจากนี้แล้วยังมีไลน์การตัดและไลน์สำหรับแปรรูปจำนวนมาก โดยกำลังในการผลิตท่อคือ 1.76 ล้านตัน ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทในเครือต่างประเทศของผู้ผลิตท่อเหล็กรายใหญ่

▲ ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กต่างๆ โดยเฉพาะท่อสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (สำนักงานใหญ่: Nittetsu Gokan Co., Ltd.)

NIPPON STEEL PIPE (THAILAND) CO., LTD.

Systematization Promotion Team
Tadashi Takashima / Technical Division EGO (Executive General Officer)
Udorn Dechma / Production Control DGO (Deputy General Officer)

มาตรการปรับปรุงคุณภาพและการป้องกันการขนส่งวัสดุที่แตกต่างกัน

1. ป้องกันการขนส่งวัสดุที่แตกต่างกันและช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบย้อนกลับของผู้บริโภค (ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์แต่ละราย)

บริษัท NSPT กำลังดำเนินการสร้างระบบควบคุมการผลิตที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ตั้งแต่การป้อนวัสดุไปจนถึงการจัดส่ง โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ความต้องการในการติดแท็กคำสั่ง (แท็กสินค้าจริง) จากผู้บริโภคมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามแท็กดังกล่าวเป็นแท็กคำสั่งซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมการผลิต จึงมีความเสี่ยงในการจะส่งวัสดุที่แตกต่างจากคำสั่ง เนื่องจากความผิดพลาดของมนุษย์ในขั้นตอนการติดแท็ก (เช่น การตรวจสอบด้วยสายตาและการตรวจสอบซ้ำผิดพลาด) ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เราจึงสร้างระบบการตรวจเทียบที่ใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบพกพา หรือ Barcode Handy Terminal (BHT) ขึ้นมา

ปัญหาที่ต้องการปรับปรุง

  • การติดแท็กของผู้บริโภคแต่ละรายที่มีจำนวนมากกว่า 1,000 ใบต่อวันโดยไม่มีข้อผิดพลาด

▲ การใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดอเนกประสงค์จะสามารถอ่านข้อมูลตัวอักษรได้

▲ ตรวจสอบ Tag ของบริษัท (บน) และ Tag ของลูกค้า (ล่าง) ทำให้สามารถจัดส่งสินค้าที่ตรงตามคำสั่งซื้อของลูกค้าได้โดยไม่เกิดข้อผิดพลาด

คุณสมบัติ

  • รองรับข้อมูลหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบาร์โค้ด, QR Code, ข้อมูลตัวอักษรที่พิมพ์และข้อมูลตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือ
  • สร้างฐานข้อมูลด้วยข้อมูลการตรวจเทียบและประวัติต่างๆ สำหรับการจัดส่งแบบอัตโนมัติและป้องกันการละเลยการติดแท็ก
  • รวบรวมผลการตรวจเทียบไว้ในเงื่อนไขสำหรับการจัดส่ง เพื่อป้องกันการส่งวัสดุผิดพลาด

การป้องกันความผิดพลาดในการผลิตและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน

2. ป้องกันข้อผิดพลาดในการใส่แท๊กใหม่แทนที่แท็กเก่าซึ่งจัดการโดยบริษัท

ความผิดพลาดในการผลิตมีสาเหตุมาจากความผลิตพลาดของมนุษย์ ซึ่งเกิดจากการดูแท็กผิดพลาดและการเข้าใจผิด โดยปัญหาที่กล่าวข้างต้นนั้น ถือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในไลน์การผลิต แม้แต่ในกระบวนการผลิตของบริษัท NSPT หากมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนล็อตหรือเปลี่ยนการแบ่งหมวดผลิตภัณฑ์ ทางบริษัทได้จัดระบบเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดจากมนุษย์ในการใส่แทนที่ของแท็กต่างๆ โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ควบคุมกระบวนการที่ทำงานในออฟฟิศจะพิมพ์แท็กสินค้าจริงสำหรับใส่แทนที่เตรียมไว้และแจกจ่ายไปยังแต่ละหน้างาน แต่หลังจากจัดทำเป็นระบบแล้ว เมื่อแท็กเก่าถูกสแกนด้วยเครื่อง BHT แท็กใหม่จะถูกพิมพ์ออกมาอย่างอัตโนมัติจากเครื่องพิมพ์ที่อยู่ใกล้กับพนักงานโดยข้อมูลในแท็กใหม่จะอ้างอิงจากข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้แล้วล่วงหน้าและสามารถป้องกันการใส่แท็กสลับได้ด้วยการตรวจแทียบแท็กใหม่และแท็กเก่าในตอนที่จะใส่แทนที่จึงถือเป็นระบบที่ช่วยในการขจัดข้อผิดพลาดให้เป็นศูนย์ได้

ปัญหาที่ต้องการปรับปรุง

  • ความผิดพลาดในการใส่แท๊กใหม่จากการมองพลาดและการเข้าใจผิดขณะตรวจเช็กด้วยสายตา
  • ลืมใส่แท็กใหม่แทนที่เนื่องมาจากเวลาที่ต้องหยุดรอระหว่างพิมพ์แท็กและนำแท็กที่พิมพ์ไปใส่แทนที่

ขั้นตอนในการใส่แท็กใหม่แทนที่

▲ ตัวอย่างหน้าจอที่สร้างแท็กสินค้าใหม่

▲ เมื่อคุณสแกนแท็กของผลิตภัณฑ์แบบเก่า แท็กผลิตภัณฑ์ใหม่จะพิมพ์ออกมาโดยอัตโนมัติ และหมายเลข FO ของแท็กผลิตภัณฑ์แบบเก่าจะปรากฏขึ้น

▲ แท็กของผลิตภัณฑ์ใหม่จะถูกพิมพ์โดยอัตโนมัติและสถานะจะได้รับการอัปเดต

คุณสมบัติ

  • ป้องกันข้อผิดพลาดด้วยการสแกนสามครั้ง (1. แท็กเท่า 2. พิมพ์แท๊กใหม่ 3. ติดแท็ก)
  • หากเกิดข้อผิดพลาด (Error) จะแจ้งเตือนผู้ควบคุมไปยังอีเมลและจัดเก็บแท็กเก่าไว้เป็นหลักฐานในรูปแบบของข้อมูลดิจิทัล
  • เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลังและงานตรวจสอบสินค้าคงคลัง

การสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างสถานที่ใช้งานและผู้จำหน่ายด้านไอทีถือเป็นสิ่งสำคัญ

"ในตอนแรก บางคนอาจสงสัยว่า 'การสแกนด้วยเครื่อง BHT ทุกครั้งจะสร้างความลำบากหรือไม่? อย่างไรก็ตามหลังจากเริ่มใช้งานจริงแล้ว ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ และพนักงานในไลน์สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ ซึ่งบริษัท Thai NS Solutions ผู้พัฒนาระบบได้ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของพนักงานในหน้างานที่ใช้ระบบจริงและสนับสนุนด้านการอบรมการใช้งานของพนักงาน ดังนั้นผมคิดว่ายังคงต้องปัดฝุ่นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้จะเริ่มใช้งานแล้วก็ตาม" (คุณอุดร ตำแหน่ง Production Control DGO)

การปรับปรุงประสิทธิภาพทางธุรกิจ เพื่อตอบสนองการทำงานในอุดมคติของผู้ดูแลระบบ (การยกเลิกเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ)

3.ระบบตรวจสอบอุปกรณ์เอนกประสงค์

นอกจากอุปกรณ์เครื่องจักรและผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีอุปกรณ์เครื่องวัดที่ต้องทำหน้าที่ในการรับประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์และเครื่องจักรที่ต้องทำหน้าที่ด้านความปลอดภัยในไลน์การผลิตอีกด้วย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสอบและเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลาทางกฎหมาย สำหรับบริษัท NSPT ก็เช่นกัน ภายในโรงงานมีเครื่องจักรและอุปกรณ์หลายร้อยเครื่องที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งการตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนดจะดำเนินการด้วยตนเองโดยผู้รับผิดชอบอุปกรณ์เครื่องจักรนั้นๆ และผลการตรวจสอบจะถูกเขียนด้วยลายมือในใบตรวจสอบสำหรับอุปกรณ์แต่ละชิ้น

ดังนั้น เราจึงสร้างระบบที่ให้ผู้ใช้งานสามารถป้อน แชร์ และจัดการสถานะการบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องจักรได้ง่ายๆ เพียงอ่าน QR Code ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งระบบนี้มีคุณสมบัติเด่น คือ เป็นระบบเอนกประสงค์ที่รองรับการตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องจักรทั้งหมดได้

ในขั้นตอนแรก เราได้สร้างและใช้งานระบบเพื่อแชร์ข้อมูลของสถานะการตรวจสอบ ระยะเวลาใช้งาน และสถานะการเปลี่ยนใหม่ของเครื่องดับเพลิงในโรงงาน โดยเราได้วางแผนจะขยายผลไปยังอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ สอบเทียบ และซ่อมบำรุงอย่างเป็นประจำ เช่น เครื่องตรวจวัดคุณภาพ รวมไปถึงสิ่งของที่ต้องได้รับการจัดการและควบคุมอย่างเป็นประจำ เช่น การจัดการและควบคุมสินทรัพย์ถาวร เป็นต้น

ปัญหาที่ต้องการปรับปรุง

  • ใช้เวลาในการมองไปรอบๆ ถังดับเพลิง และจัดทำสติกเกอร์ตรวจสอบหรือบัญชีตรวจสอบด้วยมือ
  • เกิดการละเลยการตรวจจับค่าที่ผิดปกติ เช่น การละเลยการตรวจสอบ หรือวันหมดอายุ เป็นต้น

ขั้นตอนการตรวจสอบ

▲ เมื่อคุณสแกนแท็กของผลิตภัณฑ์แบบเก่า แท็กผลิตภัณฑ์ใหม่จะพิมพ์ออกมาโดยอัตโนมัติ และหมายเลข FO ของแท็กผลิตภัณฑ์แบบเก่าจะปรากฏขึ้น

▲ แท็กของผลิตภัณฑ์ใหม่จะถูกพิมพ์โดยอัตโนมัติและสถานะจะได้รับการอัปเดต

คุณสมบัติ

  • ผู้รับผิดชอบ / ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดได้
  • ป้อนสถานะการตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย โดยการแตะที่หน้าจอ
  • ไม่ต้องใช้กระดาษ (Paperless)
  • แจ้งเตือนข้อมูลด้านกำหนดเวลาในการตรวจสอบให้กับผู้ดูแลทราบผ่านทางอีเมล

พัฒนาระบบเพื่อให้ "ง่าย" ต่อการใช้งาน

ในการจัดระบบของธุรกิจ ถ้าผู้ควบคุมระบบชี้นำเพียงแค่ทฤษฏี กลไลที่ยากต่อการใช้งานในไลน์การผลิตอาจจะถูกสร้างขึ้นมา ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการหาสมดุลระหว่างความแน่นอนและความสามารถในการใช้งานจากมุมมองของผู้ใช้จริง

"ทีมงานของ TH-SOL ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานบ่อยครั้งและรับรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับภายในบริษัทเรา การทำความเข้าใจความต้องการของเราและรับฟังความคิดเห็นจากไลน์การผลิตเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการของผู้วางระบบ ทำให้ผมรู้สึกว่าระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไลน์การผลิตของเราได้รับการตระหนักด้วยการสื่อสารที่ราบรื่นระหว่างคนญี่ปุ่นที่เข้าใจระบบภายในโรงงาน" (คุณ Takashima / EGO บริษัท NSTP)

▲ ทีมพัฒนาระบบของบริษัท Thai NS Solutions

ธุรกิจที่เป็นกังวลด้านการวางระบบไอทีในฐานการผลิตในต่างประเทศ เช่น ประเทศไทย จึงมีความจำเป็นต้องหาผู้พัฒนาระบบที่เชื่อถือได้ในท้องถิ่น

สำหรับโรงงานในญี่ปุ่น ในฐานะ Integrator อย่าง Thai NS Solutions ได้ตั้งทีมที่มีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทย เพื่อสนับสนุนการทำงานในเรื่องของช่องว่างในการสื่อสารระหว่างลูกค้าชาวญี่ปุ่นและชาวไทย ดังนั้นลูกค้าจึงหมดกังวลในเรื่องของการสื่อสารได้อย่างแน่นอน